//]]> //]]>

เช็คเลเวลการออมของคุณ ทำยังไงให้ออมได้มากกว่า


เช็คเลเวลการออมของคุณ ทำยังไงให้ออมได้มากกว่า

การออมเงิน  ใครๆก็รู้ว่าสำคัญ เผื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต เป็นเงินฉุกเฉิน เอาไว้ลงทุน หรือเก็บยาวไว้เผื่อเกษียณเร็ว เกษียณรวย

ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นแบบไหน เคยคำนวณกันไหม ว่าแต่ละเดือนเนี่ย เลเวลการออมของเราอยู่ในระดับไหน?
เช็คกันง่าย ๆ ลองดูว่าไลฟ์สไตล์การจับจ่ายของเราเป็นแบบไหน?  ออมได้บ้างไหม? ใช้เงินไปกับอะไรมากที่สุด?

เช็คเลเวลการออมของคุณ ทำยังไงให้ออมได้มากกว่า
 

จากตารางข้างบน คิดว่าไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของคุณเป็นแบบไหน?

ถ้าคุณเป็นคนแบบ A - สถานะ : ชักหน้าไม่ถึงหลัง! 
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมแต่ละเดือน เงินถึงไม่พอใช้ เพราะคุณใช้จ่ายตามใจจนเกินตัว  ไม่เคยวางแผนว่าเดือนนี้ต้องใช้จ่ายอะไร เป็นเงินเท่าไหร่ สุดท้ายปลายเดือนก็ไม่มีเงินเหลือเก็บ แถมมีหนี้สินติดลบอีกต่างหาก
ดูจากบันทึกการใช้จ่ายแล้ว เห็นชัดเลยว่าคนแบบ A ไม่สามารถแยกแยะความจำเป็นกับความอยากได้  ค่าเสื้อผ้าก็เลยสูงถึงเดือนละ 6,000 บาท ยังไม่รวมการใช้จ่ายที่เกินจำเป็นอย่างเช่น ค่ากาแฟที่ตกเดือนละ 1,000 บาท หรือค่าอาหารมื้อพิเศษอื่นๆ อีก รวมกันแล้วมากกว่า 35% ของรายได้เลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ตามหลักแล้ว ค่าใช่จ่ายส่วนนี้ไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ ถือว่ามากเกินไปจนสถานะทางการเงินติดลบ

วิธีเปลี่ยนสถานะเงินออมที่เหมาะสมกับคนแบบ A – ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
  • ใช้วิธีจดบันทึกค่าใช้จ่าย อาจจะด้วยสมุดจดหรือใช้ App ต่าง ๆ จะได้รู้ว่ารายจ่ายไหนที่ไม่จำเป็น ตัดออกได้บ้าง
  • ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง การกินบุฟเฟต์ที่อาจจะจำกัดเหลือเดือนละ 2 ครั้ง , รองเท้าเก่ายังดีอยู่เลย ชะลอการซื้อรองเท้าใหม่ไปก่อนแล้วกัน , ไปเที่ยวตอนนี้ยังไม่ดีมั้ง รอไปเที่ยวช่วงอื่นดีกว่า
  • ถ้าตัดรายจ่ายไม่ได้จริงๆ ลองหารายได้เสริม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของตัวเอง ก่อนที่คุณจะเริ่มเป็นหนี้

ถ้าคุณเป็นคนแบบ B - สถานะการออม : เหลือใช้แล้วค่อยเก็บ 
จริง ๆ ก็ มีความพยายามจะเก็บเงิน แต่ใช้ระบบเหลือก็ค่อยเก็บ เหลือจากค่าใช้จ่ายตอนปลายเดือนเท่าไหร่ ก็เก็บเท่านั้น  บางเดือนก็เลยไม่เหลือ เพราะเจอสิ่งของที่อยากได้ อยากซื้อ อยากกิน
ถ้าดูจากบันทึกการใช้จ่ายแล้ว คนแบบ B สามารถแยกแยะได้ระดับนึงระหว่างความจำเป็นกับความอยาก
สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างค่ากาแฟ , ค่าเสื้อผ้าบางอย่างได้ แต่ไม่มีระบบในการจัดการเงินที่ดี ทำให้มีเงินออมเพียง 7.5% ของรายได้

วิธีแก้ปัญหาของคนแบบ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการออม
  • ลองใช้ระบบแบ่งส่วนเงินตั้งแต่วันที่เงินเดือนออกเลย หัก 20% เข้าบัญชีเงินออมทันทีที่เงินเดือนออก
  • ส่วนที่เหลือ แบ่งเป็น 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าข้าว, ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก
  • 30% แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายตอบสนองความต้องการของตัวเอง เช่น ค่าเสื้อผ้า, ค่าอาหารมื้อหรู
  • แบ่งเงินเป็นสัดส่วนมากขึ้น ป้องกันปัญหาการใช้เงินเกิน
ถ้าคุณเป็นคนแบบ C - สถานะการออม : แบ่งเงินออมตั้งแต่แรก 
ปรบมือรัว ๆ สำหรับคนแบบ C  คุณไม่มีปัญหาด้านการบริหารเงินเลย เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เพียงพอ อยากซื้อเสื้อผ้าอะไรก็ซื้อได้ ขอแค่ไม่เกินเงินที่แบ่งส่วนไว้แค่นั้นเอง เงินเก็บออมก็มี อยากจะใช้เงินออมเพื่อทำตามความฝันในบางครั้งคราวก็ได้ ไม่กระทบต่อเงินค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เวลาฉุกเฉินก็อุ่นใจว่าเราก็มีเงินออมสำรองอยู่
 
แต่คนแบบ C ก็ควรหาวิธีที่ทำให้เงินออมของเรางอกเงย เช่น ลงทุนในบัญชีฝากประจำแบบปลอดภาษี  ลงทุนในกองทุนรวม หรือลงทุนในหุ้นบ้าง วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยให้เราสามารถไปถึงฝันได้เร็วขึ้น ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนลงทุนเสมอ
 
รู้จักตัวเองดีขึ้น จากการเช็คเลเวลการออมกันไปแล้ว อย่าลืมเอาเคล็ดลับการออมสำหรับคนแต่ละประเภทไปลองปรับใช้กันดู เริ่มออมตั้งแต่วันนี้  อนาคตดี ๆ รอเราอยู่แน่นอน
ส่งบทความให้เพื่อน
อีเมลเพื่อน
อีเมลผู้ส่ง

บทความที่น่าสนใจ

+อ่านบทความอื่นๆ

Mastercard The 1 Central Group