ข้อมูลทางกฎหมายและคำยินยอมของผู้สมัคร โดยการลงลายมือชื่อข้างล่างนี้ ข้าพเจ้ารับทราบและตกลงว่าใบสมัครฉบับนี้เป็นการสมัครเพื่อขอสินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน และสมาชิกเดอะวัน ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตกลง รับทราบและยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเป็นดุลพินิจแต่ผู้เดียวของบริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ("GCS") และการพิจารณาอนุมัติการเป็นสมาชิกเดอะวันเป็นดุลพินิจแต่ผู้เดียวของบริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด ("The 1") หากข้าพเจ้าเป็นสมาชิกเดอะวันอยู่แล้ว ข้าพเจ้าตกลงให้ The 1 ถือเอาหมายเลขสมาชิกเดอะวันของข้าพเจ้าที่อยู่ในฐานข้อมูล The 1 เป็นหมายเลขสมาชิกของข้าพเจ้า หากข้าพเจ้ายังไม่เป็นสมาชิกเดอะวัน ข้าพเจ้าตกลงให้ The 1 กำหนดหมายเลขสมาชิกเดอะวันให้แก่ข้าพเจ้า ในกรณีข้าพเจ้าไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจาก GCS ให้ถือว่าบรรดาสำเนา ภาพถ่าย ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือโทรสารที่ทำสำเนาขึ้นจากความยินยอมฉบับนี้ยังคงมีผลเป็นการสมัครสมาชิกเดอะวัน
ข้าพเจ้ารับทราบว่ายอดสินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน จะไม่ถูกนำไปคำนวณเพื่อรับเป็นคะแนนสะสมของสมาชิกเดอะวัน โดยเงื่อนไขการรับคะแนนสะสมเป็นไปตามที่ GCS และ The 1 กำหนด
ข้าพเจ้าตกลงว่า GCS และ The 1 มีสิทธิ์ปฏิเสธใบสมัครนี้หรือยกเลิกการให้สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน หรือการเป็นสมาชิกเดอะวัน ในกรณีปฏิเสธใบสมัครสินเชื่อ ข้าพเจ้าสามารถขอคืนเอกสารประกอบใบสมัครได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ GCS ปฏิเสธใบสมัครของข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม หากข้าพเจ้าได้รับอนุมัติการเป็นสมาชิกเดอะวัน ข้าพเจ้ายินยอมให้ The 1 สามารถทำสำเนาเอกสารประกอบใบสมัครดังกล่าวได้
สำหรับการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน ข้าพเจ้ายินยอมให้ GCS ทำการเปิดเผย แลกเปลี่ยน ส่ง และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้า และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า แก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) อ้างอิงรายชื่อในเว็บไซต์ https://www.krungsri.com/th/about-krungsri/about-us/subsidiaries ผู้ให้บริการภายนอก ตัวแทนของผู้ให้บริการ ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ หน่วยงานราชการตามกฎหมาย บริษัทพันธมิตร ตลอดจนเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลของข้าพเจ้ากับข้อมูลที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของ GCS และบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในลักษณะ Co-brand ซึ่งรวมถึง The 1 และบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("CRC") ตลอดจนบริษัทในเครือ รวมถึงผู้รับโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่จากนิติบุคคลดังกล่าว สถาบันการเงินต่างๆ บริษัทซึ่งเป็นผู้ให้บริการบริหารความเสี่ยง หรือผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูล และบริษัทผู้ให้บริการเพื่อสนับสนุนการให้บริการของ GCS ไม่ว่าเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอรับสินเชื่อและการประเมินเครดิตของข้าพเจ้า เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาระหว่าง GCS กับข้าพเจ้า เพื่อการพิสูจน์ตัวตนหรือยืนยันตัวตนของข้าพเจ้าทางดิจิทัล ตลอดจนเพื่อวัตถุประสงค์ในการบอกกล่าว การติดตามทวงถามหนี้ และการปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้าพเจ้ารับทราบและตกลงว่า GCS อาจมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการติดตามทวงถามหนี้แทน อีกทั้งยินยอมให้ GCS และ/หรือตัวแทนของ GCS ทำการติดต่อ เปิดเผยข้อมูลและ/หรือข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินของข้าพเจ้าให้กับบุคคลที่ได้รับมอบหมายเพื่อประโยชน์ในการติดตามทวงถามหนี้ของข้าพเจ้า รวมถึงตกลงให้ GCS สามารถรับชำระหนี้ของข้าพเจ้าจากบุคคลอื่นได้ตามที่เห็นสมควร
ข้าพเจ้ายินยอมผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อซึ่งแนบมากับใบสมัครนี้และ/หรือที่จะได้ส่งให้แก่ข้าพเจ้าทุกประการ ทั้งนี้ข้าพเจ้ายอมรับว่า GCS มีสิทธิโดยชอบที่จะปฏิเสธใบสมัครของข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าสามารถขอเอกสารประกอบใบสมัครคืนได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ GCS ปฏิเสธใบสมัครของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าได้อ่านและเข้าใจประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ GCS ที่ GCS ได้จัดให้มีขึ้นผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์ของ GCS https://www.centralthe1card.com/th/PDPA/PrivacyNotice-Customer.html ซึ่งข้าพเจ้าสามารถเข้าดูด้วยการสแกน QR Code ที่ปรากฏในใบสมัครนี้
สำหรับการสมัครสมาชิกเดอะวัน ข้าพเจ้ายินยอมให้มีการเปิดเผย หรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าจากหรือระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจที่มีส่วนร่วมกับ The 1 เพื่อให้ The 1 เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และส่งหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้า เพื่อการค้นคว้าวิจัยทางการตลาด หรือให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ The 1 ในเว็บไซต์ https://www.the1.co.th/privacy เกี่ยวกับการมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization) การวิเคราะห์ข้อมูลตามความสนใจหรือพฤติกรรมของลูกค้า (Profiling) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และเสนอสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นรวมถึงข่าวสาร จาก The 1 กลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ The 1 และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของพันธมิตรทางธุรกิจ
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าได้อ่านและยินยอมผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการเป็นสมาชิกเดอะวันทุกประการ รวมถึงเข้าใจและรับทราบนโยบายความเป็นส่วนตัวของ The 1 เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรากฎในเว็บไซต์ของ The 1 ซึ่งข้าพเจ้าสามารถเข้าดูด้วยการสแกน QR Code ที่ปรากฏในใบสมัครนี้
*เพื่อประโยชน์ของท่าน โปรดศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการเป็นสมาชิกเดอะวัน และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ The 1 โดยละเอียด ซึ่งนโยบายความเป็นส่วนตัวดังกล่าว จะระบุถึงประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่ The 1 เก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บุคคลที่ The 1 อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ รวมถึงสิทธิต่างๆ ของท่านภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมาย ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด หรือ เดอะวันเซ็นทรัล คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2660-1000 (ได้ทุกวันตั้งแต่ 9.00 น. - 22.00 น.) หรือ อีเมล contact@the1.co.th
CPL0422
สัญญาให้สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน ทำที่ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ข้าพเจ้า ผู้มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่ออยู่ด้านหน้าของคำขอรับสินเชื่อนี้ (“ผู้กู้”) ตกลงขอรับสินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน ซึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย จากบริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด (“ผู้ให้กู้”) ในวงเงินตามที่ผู้ให้กู้จะได้อนุมัติ และตกลงว่าจะปฏิบัติและยินยอมผูกพันตน ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของการให้สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ รวมทั้งที่ผู้ให้กู้จะได้กำหนดและให้มีผลใช้บังคับเป็นคราวๆ ไปทุกประการ
1. ผู้กู้ตกลงขอรับสินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน จากผู้ให้กู้ และผู้ให้กู้ตกลงให้สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน แก่ผู้กู้ในวงเงินสินเชื่อตามที่ผู้ให้กู้จะพิจารณาอนุมัติและแจ้งให้ผู้กู้ทราบ ผู้กู้รับทราบและตกลงว่าผู้กู้มีสิทธิเลือกขอรับเงินกู้ทั้งหมดในคราวเดียว หรือจะขอรับเงินกู้บางส่วนและขอรับส่วนที่เหลือเป็นคราวๆ ไป ภายในวงเงินที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ให้กู้ โดยผู้กู้จะลงลายมือชื่อในคำขอรับสินเชื่อตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือปฏิบัติตามวิธีการขอรับเงินกู้ตามข้อ 3. หรือวิธีอื่นที่ผู้ให้กู้กำหนดเป็นคราวๆ ไปและให้ถือว่าจำนวนเงินที่ผู้กู้ขอรับไปทั้งหมดเป็นจำนวนเงินกู้ตามสัญญานี้
สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินกู้หมุนเวียนที่กำหนดวงเงินที่แน่นอน โดยสามารถเบิกใช้หมุนเวียนได้หลายครั้งภายใต้วงเงินที่กำหนด (Open-end Loan) โดยอาจมีรูปแบบการชำระคืนเป็นแบบรายงวด และ/หรือชำระคืนแบบขั้นต่ำ (แล้วแต่กรณี) อย่างไรก็ตาม ผู้ให้กู้สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเปิดใช้ ระงับ หรือเปลี่ยนแปลงประเภทของสินเชื่อที่ให้บริการและพิจารณาอนุมัติการให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้กู้ตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ และนอกจากนี้ การกำหนดชำระหนี้ขั้นต่ำ หรือ ผ่อนคืนเป็นงวด จะถูกระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีและให้ถือว่าผู้กู้ตกลงรับทราบเงื่อนไขการชำระหนี้ตามใบแจ้งยอดบัญชีหรือตามข้อความที่ผู้ให้กู้แจ้งให้ผู้กู้ทราบแล้ว
2.วงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้อนุมัติตามข้อ 1. เป็นวงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้สามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ ในภายหลัง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน ประวัติการชำระหนี้ของผู้กู้ รวมถึงระยะเวลาที่ผู้กู้เป็นสมาชิกของผู้ให้กู้ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ รวมถึงหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อดังกล่าว ไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระคืนสินเชื่อที่ผู้กู้ได้เบิกใช้ไปแล้ว ทั้งนี้ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม หากผู้กู้ได้ใช้สินเชื่อเกินไปกว่าวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ผู้กู้ยังคงต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน
3. เพื่อประโยชน์ในการรับและให้สินเชื่อตามคำขอรับสินเชื่อ ผู้กู้ตกลงว่า การเบิกใช้สินเชื่ออาจทำได้ตามวิธีการและช่องทางต่างๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อนี้ และ/หรือวิธีการและช่องทางอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้อาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลัง โดยการดำเนินการผ่านช่องทางดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ ทั้งนี้ วิธีการและช่องทางการเบิกใช้สินเชื่อ ได้แก่
ก. การทำคำขอเบิกใช้วงเงินสินเชื่อตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด ผู้ให้กู้จะส่งมอบเงินตามที่ผู้กู้ร้องขอโดยผู้กู้จะต้องลงนามในเอกสารการรับเงินกู้ตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด
ข. การทำคำขอเบิกใช้วงเงินสินเชื่อด้วยวิธีการและช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของผู้ให้กู้ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ของผู้ให้กู้ หรือที่ผู้ให้กู้จัดไว้ให้ เช่น UCHOOSE โดยการใช้รหัสประจำตัว (PIN) ที่ผู้กู้กำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือที่ผู้ให้กู้จัดส่งให้ผู้กู้ตามที่ร้องขอ หรือรหัสผ่านครั้งเดียว (One-Time Password-OTP) หรือที่ผู้กู้ลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่ผู้ให้กู้กำหนด (รวมกันเรียกว่า “รหัสประจำตัว”) ทั้งนี้ การทำคำขอเบิกใช้วงเงินสินเชื่อ โดยใช้รหัสประจำตัวดังกล่าว ให้ถือว่าผู้กู้ได้กู้ยืมเงินด้วยการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ อันมีผลผูกพันตามกฎหมายแล้ว
ค. สำหรับผู้กู้ที่สามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ผู้กู้สามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ที่ผู้ให้กู้กำหนด โดยการใช้บัตรสมาชิกกับรหัสประจำตัว โดยผู้กู้รับทราบว่าผู้กู้อาจต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าว
ทั้งนี้ การเบิกใช้วงเงินสินเชื่อตามวิธีการและช่องทางข้างต้น ให้ถือว่าผู้กู้ได้ทำคำขอเบิกใช้วงเงินสินเชื่อโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว และให้ถือว่าเอกสารและหลักฐาน เช่น ใบอนุมัติสินเชื่อ ข้อความแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อ ใบแจ้งยอดบัญชี บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้กู้หรือบัญชีอื่นที่ผู้กู้กำหนด รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใด หรือข้อมูลการทำธุรกรรมที่อยู่ในระบบของผู้ให้กู้หรือผู้ให้บริการเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) หรือข้อความใดๆ ก็ตาม ที่ผู้ให้กู้แจ้งผู้กู้แล้ว เป็นหลักฐานการส่งมอบสินเชื่อของผู้ให้กู้ และการได้รับต้นเงินกู้ของผู้กู้ตามกฎหมายนับตั้งแต่ที่ผู้ให้กู้นำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าจะได้มีการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม โดยผู้กู้ตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด ในกรณีดังกล่าว ให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้กู้ได้รับตามสัญญากู้ที่ผู้กู้ทำไว้กับผู้ให้กู้ภายใต้สัญญาฉบับนี้
ผู้กู้รับทราบว่าในการทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ (รวมถึงการติดต่อใดๆ กับผู้ให้กู้หรือตัวแทนผู้ให้กู้ผ่านทางโทรศัพท์) นั้นอาจมีการบันทึกเสียงหรือบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการตรวจสอบหรือใช้เป็นหลักฐาน โดยผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้หรือตัวแทนสามารถบันทึกเสียงและข้อมูลดังกล่าวได้และสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างผู้ให้กู้หรือตัวแทนกับผู้กู้
4. ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ดังต่อไปนี้
4.1 ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ในอัตราที่ตกลงกับผู้ให้กู้ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามอัตราที่ผู้ให้กู้ประกาศกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากผู้ให้กู้
4.2 ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้ได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ เช่น ค่าติดตามทวงถามหนี้ หรือค่าออกบัตรใหม่กรณีสูญหาย หรือชำรุด เป็นต้น หากมีการติดตามทวงถามให้ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ค้างชำระ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใดๆ ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ให้กู้จนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
5. ผู้กู้ตกลงชำระคืนเงินกู้เป็นรายงวดตามที่ได้ทำความตกลงไว้กับผู้ให้กู้ ผู้ให้กู้จะส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ตามช่องทางที่ผู้กู้แจ้งความประสงค์ เช่น ทางไปรษณีย์ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือทางแอปพลิเคชันที่ผู้ให้กู้จัดให้มี เช่น UCHOOSE ที่ผู้กู้ทำการติดตั้งไว้บนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของผู้กู้ และ/หรือให้ผู้กู้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ เพื่อให้ผู้กู้มีระยะเวลาที่เพียงพอในการตรวจสอบหรือโต้แย้งรายการ และผู้กู้ตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระเป็นรายงวดนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่ผู้กู้ได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ หากผู้กู้ชำระสินเชื่อก่อนวันครบกำหนดชำระในงวดใดๆ ให้ถือว่าผู้กู้ยินยอมให้นำเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเพื่อหักชำระหนี้คงค้างของผู้กู้ ณ วันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระเงินจากผู้กู้ กรณีที่ผู้กู้ตรวจสอบแล้วพบว่ารายการในใบแจ้งยอดบัญชีไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบภายในสิบ (10) วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชี ผู้ให้กู้จะตรวจสอบข้อมูลและแจ้งผลกลับให้ผู้กู้ทราบโดยไม่ชักช้า หากผู้กู้เพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่ผู้กู้จะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้อง และความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดหรือความบกพร่องหรือการมีส่วนร่วมของผู้กู้เอง ทั้งนี้ ผู้กู้ต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกินหกสิบ (60) วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชีเมื่อผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่ผู้กู้ได้แจ้งความประสงค์ต่อผู้ให้กู้แล้ว ให้ถือว่าผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
6. ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด ผู้กู้อาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนกำหนดตามที่ได้ตกลงกับผู้ให้กู้ โดยผู้กู้ต้องติดต่อผู้ให้กู้ตามช่องทางที่กำหนดเพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชี และผู้กู้ต้องชำระคืนแก่ผู้ให้กู้ในบรรดาต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่นๆ ที่ค้างชำระทั้งหมด คำนวณจนถึงวันชำระเงินทั้งจำนวน ณ วันที่ตกลงกับผู้ให้กู้ โดยผู้ให้กู้จะไม่คิดดอกเบี้ยจากต้นเงินกู้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 7. ผู้กู้ตกลงชำระค่างวดเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ตามคำขอรับสินเชื่อฉบับนี้โดยการชำระเงินตามช่องทางที่ผู้ให้กู้กำหนด เช่น ชำระผ่านช่องทางธนาคาร ชำระผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงิน ชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด รวมถึงช่องทางการรับชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ หรือชำระโดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้กู้และธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี โดยตัดชำระตามยอดหนี้แต่ละงวด โดยให้ตัดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินต้นของยอดหนี้ที่ลูกหนี้ค้างชำระนานที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยตัดชำระยอดหนี้ที่ค้างชำระนานรองลงมา ตามลำดับ
8. กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญา หรือผิดเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญของสัญญา หรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา8.1 ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ใดๆ หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดและไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือบุคคลใดๆ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้กู้อาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น8.2 ผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญา หรือดำเนินการใดๆ อันไม่เป็นไปตามวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด8.3 ผู้กู้ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ตามแต่กรณี หรือผู้กู้มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
8.4 ผู้กู้ถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย อยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือตกเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษา หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินหรือบุคคล/นิติบุคคลอื่น
8.5 มีพฤติกรรมหรือเหตุใดๆ ที่ทำให้ผู้ให้กู้เชื่อได้ว่า ผู้กู้ปกปิดข้อมูลที่ควรแจ้ง หรือแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วน หรีอแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่ผู้ให้กู้ หรือใช้เอกสารปลอมหรือเอกสารเท็จ หรือจัดให้ผู้ให้กู้เข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นซึ่งทำให้ผู้ให้กู้สำคัญผิดในคุณสมบัติของผู้กู้ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันส่งผลให้ผู้ให้กู้เชื่อได้ว่าผู้กู้ไม่สมควรที่จะได้รับสินเชื่อ หรือมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอหรือประสบปัญหาอันอาจมีผลต่อการชำระหนี้ หรือผู้ให้กู้ตรวจสอบพบในภายหลังว่าการสมัครหรือการอนุมัติสินเชื่อเกิดจากการสำคัญผิด หรือเกิดจากการดำเนินการโดยทุจริต
8.6 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย กฎกระทรวง และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของผู้ให้กู้ตามสัญญาฉบับนี้
8.7 ผู้กู้ไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อผู้ให้กู้หรือผู้ให้กู้ไม่สามารถติดต่อผู้กู้ได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
8.8 ผู้กู้ได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมาย
8.9 หากมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ผู้ให้กู้เชื่อได้ว่า
ก. ผู้กู้ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือที่ไม่เหมาะสม หรือมีความไม่ปกติ หรือไม่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อ เช่น ผู้กู้ใช้สินเชื่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีรูปแบบการทำรายการซึ่งมีความไม่ปกติ หรือโดยมีเจตนาที่จะแสวงหาประโยชน์หรือสิทธิพิเศษที่มากกว่าที่ควรได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภคตามปกติ หรือกรณีอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด เป็นต้น หรือ
ข. ผู้กู้มีพฤติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เหมาะสม เช่น ทุจริต ฉ้อฉล ฉ้อโกง ปลอม หรือใช้เอกสารปลอมในการสมัครหรือขอสินเชื่อ กระทำการอันมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน หรือ
ค. ผู้กู้ไม่ได้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของผู้ให้กู้หรือตามกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลผู้ให้กู้ประกาศกำหนดในขณะนั้นๆ
8.10 กู้เข้าร่วมโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และ/หรือโครงการหรือมาตรการช่วยเหลืออื่นใด ซึ่งระบุเงื่อนไขในการระงับการใช้บัตร และ/หรือยกเลิกสัญญาการใช้สินเชื่อ หรือผู้กู้มีการขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้รายใดๆ
8.11 กรณีผู้ให้กู้ยกเลิกหรือยุติการให้บริการสินเชื่อภายใต้สัญญาฉบับนี้
8.12 ผู้กู้กระทำการใดๆ เพื่อประวิงการชำระหนี้หรือไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้รวมถึงแต่ไม่จำ กัดเพียงการย้ายภูมิลำเนาไปอยู่นอกราชอาณาจักร
8.13 กรณีที่มีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์อื่นใดเกี่ยวกับผู้กู้ อันจะทำให้ผู้ให้กู้เชื่อได้ว่าอาจมีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้กู้
8.14 กรณีอื่นๆ ตามที่ผู้ให้กู้จะประกาศให้ทราบต่อไป
อนึ่ง กรณีผู้กู้ถึงแก่ความตาย หรือศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ คู่สัญญาตกลงว่าไม่เป็นเหตุแห่งการผิดสัญญา หรือผิดเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญของสัญญา หรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา โดยให้ถือว่าสัญญากู้ฉบับนี้สิ้นสุดลงทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน และผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทั้งสิ้นทันที
9. เมื่อเกิดเหตุตามที่กำหนดในข้อ 8.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้บัตร/สินเชื่อชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ผู้กู้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญาและเตือนให้ผู้กู้ดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้ แต่ผู้กู้ละเลยเสีย ไม่แก้ไข หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวนั้น ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้และให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที พร้อมทั้งเรียกให้ผู้กู้ชำระคืนบรรดาหนี้ทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หนี้ที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวนที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ได้ทันที และผู้กู้ตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้กู้ สำหรับบรรดาความเสียหายที่ผู้ให้กู้ได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้กู้ตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าผู้ให้กู้สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้กู้แต่ประการใด
10. เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใดๆ ตามที่กำหนดในข้อ 8. (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 9.)
10.1 ผู้ให้กู้มีสิทธิยกเลิกการใช้/การมอบสิทธิพิเศษและ/หรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่ได้มอบหรือจะได้มอบให้กับผู้กู้ และมีสิทธิเรียกคืนสิทธิพิเศษและ/หรือสิทธิประโยชน์ หรือมีสิทธิเรียกให้ผู้กู้ชำระคืนเป็นเงินโดยจะทำการเรียกเก็บเข้าในบัญชีของผู้กู้ ตามมูลค่าของสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ที่ผู้กู้ได้รับและ/หรือได้ใช้ไปดังกล่าว
10.2 กรณีที่ผู้กู้ได้รับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ หากผู้กู้ชำระล่าช้า ชำระไม่ครบ หรือมีการผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง ผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่ผู้กู้ได้รับ บวกด้วยอัตราดอกเบี้ยส่วนเพิ่มตามที่ผู้ให้กู้กำหนด และแจ้งให้ผู้กู้ทราบ ทั้งนี้ เมื่อรวมดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และดอกเบี้ยผิดนัดแล้วจะต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด
11. ผู้ให้กู้จะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายหรือตามสัญญาฉบับนี้ให้ผู้กู้ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามที่อยู่ที่ระบุในสัญญา (หรือใบสมัครสินเชื่อ) หรือที่อยู่ที่ผู้กู้แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือครั้งหลังสุด เว้นแต่กรณีที่ผู้กู้แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดให้มี ว่าผู้กู้มีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ผู้ให้กู้จะส่งคำบอกกล่าวให้แก่ผู้กู้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้กู้แจ้งความประสงค์ ทั้งนี้ หากผู้กู้ย้ายที่อยู่ หรือที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือประสงค์จะเปลี่ยนช่องทางการรับแจ้ง ผู้กู้จะต้องแจ้งเป็นหนังสือหรือแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบทันทีตามวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด
12. ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้โอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยผู้ให้กู้และผู้รับโอนสิทธิจะส่งคำบอกกล่าวการโอนสิทธิให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี เว้นแต่เป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะว่าไม่ต้องทำการบอกกล่าวหรือแจ้งแก่ผู้กู้ อย่างไรก็ดี ผู้กู้จะโอนสิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้
13. ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อ หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ให้กู้
14. ผู้ให้กู้สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบก่อนจะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน
14.1 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอันก่อให้เกิดภาระเพิ่มกับผู้กู้ ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ทราบทางจดหมาย หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยแพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่ง กรณีที่ผู้กู้แจ้งความประสงค์ขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ผู้ให้กู้จะแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ผู้กู้ทราบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
14.2 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อ ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.centralthe1loan.com
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่ผู้กู้ ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับได้ทันที โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบผ่านระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดไว้ให้ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อฉบับนี้และผู้กู้ตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้อีกทั้งสิ้น
15. ในกรณีที่ผู้ให้กู้มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ไว้ หากผู้ให้กู้จะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม ผู้ให้กู้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยผู้กู้มีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้ว ผู้กู้มีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือตามกฎหมายที่มีหน่วยงานควบคุมและกำกับดูแล เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ผู้กู้ตกลงว่าผู้ให้กู้อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ให้แก่บริษัทในเครือหรือผู้ให้บริการภายนอก หรือผู้รับมอบอำนาจ เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตามทวงถามหนี้หรือดำเนินคดีแทนผู้ให้กู้
16. ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมต่างๆ ที่ผู้กู้ได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่ผู้ให้กู้อาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) บันทึกวิธีการคิดคำนวณ เอกสารประกอบการขาย ตลอดจนตารางแสดงภาระหนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญาให้สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน ฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใดๆ ตามกฎหมาย ให้ส่วนอื่นๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น
ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจข้อตกลงและเงื่อนไขสัญญาให้สินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน ฉบับนี้แล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เซ็นทรัล เดอะวัน
(10/2025)